วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา


โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

     เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
         

Microsoft PowerPoint คืออะไร

โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007 เป็นโปรแกรมหนึ่งในตระกูล Microsoft Office เหมาะสำหรับการจัดสร้างงานนำเสนอข้อมูล (Presentation) สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น การนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการ การจัดทำ Slide Show การออกแบบแผ่นพับ เป็นต้น



ตัวอย่างรูปเล่มโครงงาน

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

ที่มา http://www.slideshare.net/Wannwipha/ss-25628452

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

เทคโนโลยีเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต


เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดย ยืน ภู่วรวรรณ
          ยุคของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันทำให้การเชื่อมโยงระบบสื่อการเข้าสู่ ระบบที่เรียกว่าหมู่บ้านโลก หรือโลกาภิวัฒน์ ในบรรดาระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายใช้กันอยู่นี้ โพรโทคอลที่ได้รับการยอมรับว่า มีบทบาทสูงมากในขณะนี้คือTCP/IP ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว    
          TCP เป็นตัวย่อมาจาก Transmission Con-trol Protocol ส่วน IP เป็นตัวย่อมาจาก IntemetProtocol ทั้งสองโพรโทคอลนี้เป็นโพรโทคอลที่ใช้ร่วมกัน และมีความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในงานด้านต่างๆ
          IP เป็นโพรโทคอลที่ทำงานในระดับชั้นเน็ตเวิร์ก โพรโทคอลในระดับนี้ทำงานเพื่อหาเส้นทางการนำส่งข้อมูลในเครือข่าย ลักษณ์ของIP เป็นการนำเอาข้อมูลใส่เป็นแพ็กเก็ต แล้วส่งไปยังแอดเดรสปลายทางที่ต้องการ ระบบการส่งแพ็กเก็ตข้อมูลนี้ มีรูปแบบการส่งเหมือนบุรุษ-ไปรษณีย์ส่งจดหมาย เราจึงเรียกแพ็กเก็ต IPว่า เดทาแกรม สถานีรับส่งบนเครือข่ายจะมีแอดเดรสที่ชัดเจน
          TCP เป็นโพรโทคอลที่ทำงานในระดับชั้นที่ ๔ ที่เรียกว่า ชั้นทรานสปอร์ต ระดับชั้นนี้ทำให้สถานีรับส่งแต่ละสถานีรับข้อมูลจากหลายงานวิ่งรวมเข้าไป ด้วยกันได้ เช่น สถานีบริการแห่งหนึ่งเปิดโปรแกรมให้เครื่องขอใช้บริการเชื่อมโยงมาเรียกดู ข้อมูลได้หลายๆเครื่องพร้อมกันจะทำให้สองสถานีที่เชื่อมโยงสื่อสารถึงกัน สามารถแบ่งสายการทำงานในแต่ละโปรแกรมประยุกต์ได้ถูกต้องโดยใช้เครื่องหมาย เลขสถานีเป็นตัวกำหนด
          ตัวอย่างเช่น สถานี A เป็นสถานีขอรับบริการติดต่อไปยังตัวให้บริการ X สถานี B ก็เป็นสถานีขอใช้บริการติดต่อไปยังตัวให้บริการ Xเช่นกัน สถานี B อาจเชื่อมต่อไปยังสถานี Xมากกว่าหนึ่งช่องสื่อสารก็ได้
          การสื่อสารด้วย TCP/IP มีข้อเด่นคือเป็นการสื่อสารอยู่บนโพรโทคอลในระดับ ๒และ ๑ ซึ่งเป็นชั้นเดทาลิงก์ และฟิสิคัลลิงก์ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายอะไรก็ได้ จึงทำให้ TCP/IP เป็นโพรโทคอลที่ไม่ขึ้นกับวิธีการเชื่อมต่อในระดับล่าง  TCP/IP จึงใช้ได้กับเครือข่ายแบบอีเทอร์เน็ตโทแกนริง เอทีเอ็ม x.25 เฟรมรีเลย์ ฯลฯ หรือแม้แต่การเชื่อมโยงแบบจุดไปจุดด้วยสายสื่อสารตรง

          การนำข้อมูลวิ่งผ่านไปบนเครือข่ายนั้น TCP/IP เป็นระบบที่ไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ จึงก่อให้เกิดการประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง มีผู้พัฒนาการประยุกต์ใช้งานบนเครือข่ายแบบ TCP/IPกันมาก
          TCP/IP จึงเป็นโพรโทคอลที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จในเรื่องอินเทอร์เน็ตที่วิ่งอยู่บนโพรโทคอลนี้และ กำลังนำมาใช้ในองค์กรในรูปแบบเครือข่ายภายในที่เรียกว่า อินทราเน็ตTCP/IP พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่าย หรือกล่าวได้ว่าเป็นเครือ-ข่ายของเครือข่าย ดังเช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นเครือข่ายของเครือข่ายย่อยหลายหมื่นหลายแสน เครือข่าย TCP/IP จึงเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้หลายสิบล้านคนบนอินเทอร์เน็ตและมีแนว โน้มการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ TCP/IP จึงได้รับความสนใจจากผู้ผลิตทุกราย และเป็นผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่ให้การเชื่อมโยงกันได้
          การเชื่อมโยงแบบ TCP/IP มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การเชื่อมโยงระหว่างต้นทางและปลายทางทำงานร่วมกัน อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีการทำงานแบบไคลแอนต์และเซิร์ฟเวอร์ได้ กล่าวคือ ด้านหนึ่งเป็นผู้ขอให้บริการ และอีกด้านหนึ่งเป็นผู้ให้บริการการทำงานร่วมกันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ ผลิตภัณฑ์ต่างยี่ห้อหรือต่างผู้ผลิตสามารถใช้งานร่วมกันได้
          เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น จึงมีผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้เรียกใช้งานแบบกราฟิก เราเรียกระบบการเชื่อมโยงกับผู้ใช้แบบนี้ว่า ระบบกราฟิคัลยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ กราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟซจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทตอบสนองความ ต้องการ ดังจะเห็นได้จากโปรแกรมวินโดวส์ซึ่งเป็นโปรแกรมหนึ่งที่มียูสเซอร์อิน เทอร์เฟซที่ดี และใช้งานง่าย ผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงมีความรู้จักคุ้นเคย โปรแกรมประยุกต์ต่างๆจึงหันเข้าสู่การประยุกต์ใช้งานบนสิ่งแวดล้อมของ วินโดวส์ โปรแกรมใช้งานในยุคต่อไปจึงเป็นแบบกราฟิคัลยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ
          ขณะเดียวกันผู้ใช้งานบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้TCP/IP เพื่องานต่างๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์เมลการโอนย้ายแฟ้มข้อมูล การเรียกค้นข้อมูล การเรียกเข้าหาระบบ การอ่านข่าวบนกระดานข่าวเป็นต้น ซึ่งงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการประยุกต์ผู้ใช้สามารถใช้งานได้โดยการติดต่อ เข้าหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อบนเครือข่าย อีกทั้งการใช้งานเป็นแบบกราฟิคัลยูสเซอร์อินเทอร์เฟซดังนั้น ผู้ใช้จึงใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ง่าย
          นอกจากนี้ พีซีที่ใช้งานส่วนใหญ่มีโปรแกรมวินโดวส์และเชื่อมต่อบนเครือข่ายได้อยู่แล้ว จึงสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ง่าย อีกทั้งการขยายตัวของผู้ใช้ที่ต่อเชื่อมโยงเครือข่ายส่วนใหญ่จะใช้พีซีต่อ เข้าระบบ ซึ่งพีซีส่วนใหญ่ทำงานทางด้านกราฟิกได้ดี และมีระดับความสามารถเชิงการประมวลผลเฉพาะตัวได้มาก ด้วยเหตุนี้ พีซีส่วนใหญ่จึงได้ซอฟต์แวร์ TCP/IP ร่วมอยู่ด้วยและเชื่อมโยงใช้งานด้วยระบบกราฟิคัลยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่

สมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียดสูง และหน้าจอโค้งงอมากขึ้น





smartphones-curves




ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนมีการพัฒนาด้านความละเอียดหน้าจอให้เพิ่มสูงขึ้นเสมอๆ ซึ่งในปี 2014 ก็เช่นกัน เราจะเห็นว่าทั้ง Samsung Galaxy S5, LG G3 หรือ iPhone 6 ต่างมีข่าวเรื่องการเพิ่มความละเอียดเดิมไปอยู่ในระดับ 2K (2560 x 1440 พิกเซล) ก่อนพัฒนาไปสู่ระดับ 4K ในปี 2015 ขณะเดียวกันสมาร์ทโฟนแบบหน้าจอโค้งงอจะถูกเปิดตัวมากขึ้น โดยมีผู้นำเทรนด์อย่าง Samsung และ LG

ที่มา http://www.arip.co.th/tech-trend-2014/

My Mapping

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อุปกรณ์พื้นฐานคอมพิวเตอร์

Hard Disk

        Hard Disk   คือ  อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลได้มาก  สามารถเก็บได้อย่างถาวรโดยไม่จำเป็นต้องมีไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา  เมื่อปิดเครื่องข้อมูลก็จะไม่สูญหาย ดังนั้น  Hard Disk  จึงถูกจัดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บระบบปฏิบัติการ  โปรแกรม  และข้อมูลต่าง  ๆ  เนื่องจาก  Hard Disk  เป็นอุปกรณ์ที่ง่ายต่อการอัพเกรดทำให้เทคโนโลยี  Hard Disk  ในปัจจุบันได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว 

ที่มา http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/tech03/18/harddisk.html
Monitor

        จอภาพ Monitor เป็นอุปกรณ์แสดง ผลที่มีชื่อเรียกมากมาย เช่น Monitor, CRT (Cathode Ray Tube) สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ เช่น แบ่งเป็นจอแบบตัวอักษร (Text) กับจอแบบกราฟิก (Graphic) โดยจอภาพแบบตัวอักษรจะมีหน่วยวัดเป็นจำนวนตัวอักษรต่อบรรทัด เช่น 80 ตัวอักษร 25 บรรทัด สำหรับจอภาพแบบกราฟิก จะมีหน่วยวัดเป็นจุด (Pixel) เช่น 640 pixel x 480 pixel 
         ลักษณะภายนอกของจอภาพก็คล้ายๆ กับจอโทรทัศน์นั่นเอง สิ่งที่แสดงออกทางจอภาพมีทั้งข้อความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว โดยรับข้อมูลจากการ์ดแสดงผล (Video Card, Video Adapter) ซึ่งเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่เสียบบนเมนบอร์ด ทำหน้าที่นำข้อมูลจากหน่วยประมวลผล มาแปลงเป็นสัญญาณภาพ แล้วส่งให้จอภาพแสดงผล

ที่มา http://www.pbps.ac.th/e_learning/combasic/Monitor.html


ประเภทของระบบสารสนเทศ


ระบบสารสนเทศสำหรับกลุ่มบุคคลในการตัดสินใจ (Group Decision Support Systems-GDSS)


 เป็นระบบสารสนเทศชนิดหนึ่ง ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์คอยช่วยเหลือ และให้การสนับสนุน สามารถจัดการกับปัญหากึ่งโครงสร้าง (Semistructured) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งระบบ DSSสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารหรือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เท่านั้น ไม้ได้ใช้แทนการทำงานของมนุษย์ 

ประโยชน์ของ GDSS

1. ช่วยในการเตรียมความพร้อมในการประชุม
2. มีการจัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศที่เหมาะสมในการประชุม
3. สร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก
4. สนับสนุนการมีส่วนร่วมและกระตุ้นการแสดงความคิดเห็นของสมาชิก
5. มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหา
6. ช่วยให้การประชุมบรรลุผลในระยะเวลาที่สมควร
7. มีหลักฐานการประชุมแน่ชัด


ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System: EIS)

     ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง

คุณสมบัติของระบบ EIS

     - มีการใช้งานบ่อย
     - ไม่ต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง
     - ความยืดหยุ่นสูงสามารถเข้ากันได้กับรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร
     - การใช้งานใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม
     - การสนับสนุนการตัดสินใจไม่มีโครงสร้างแน่นอน
     - ผลลัพธ์ที่แสดงจะเป็นตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย
     - การใช้งานภาพกราฟิกสูง จะใช้รูปแบบการนำเสนอต่างๆ
     - ความเร็วในการตอบสนองรวดเร็วทันทีทันใด




ความแตกต่างระหว่างEIS กับ GDSS

DSS = เน้นการตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured decision making) มีการใช้ข้อมูลข่าวสารจากระบบ MIS และข้อมูลจากภายนอกบางส่วนมาช่วยในการปรับปรุง หรือ กำหนดแผนงานที่จะต้องสนองเป้าหมายหลักขององค์กรให้มากที่สุด เช่น ระบบ Data miming เป็นต้น

EIS = เน้นการตัดสินใจแบบไร้โครงสร้าง (Unstructured decision making) จุดมุ่งหมายของระบบ EIS คือ ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวทาง ความเป็นไปที่เป็นมา และกำลังจะมีแนวโน้มไปทางใด เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบาย เป้าหมาย หลักๆ ขององค์กรให้สามารถธำรงองค์กรไว้ได้ แข่งขันกับคู่แข่งขันได้อย่างดี ตัวอย่างเช่นระบบ วางแผนกลยุทธ์ Strategic planning เป็นต้น จะเป็นมาตรการสิ่งที่ได้จากการตัดสินใจของผู้บริหารชั้นสูงที่ใช้สั่งการไปสู่ผู้บริหารระดับกลาง เพื่อปรับแผนงานและกระทบถึงผู้บริหารระดับต้น เพื่อปฏิบัติตามแผนงาน ใหม่ต่อไป


วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557


ประเภทของระบบสารสนเทศ
ชื่อของระบบสารสนเทศ
1.ระบบสารสนเทศแบบประมวลรายการ (TPS:Transaction Processing Systems )
2.ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS:Management Information System)
3.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ(DSS:Decision Support System)
4.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม (GDSS:Group Decision Support System)
5.ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS:Geographic Information System )
6.ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง(EIS:Excutive Information System)
7. ปัญญาประดิษฐ์ (AI:Artificial Intelligence)
8.ระบบสำนักงานอัตโนมัติ(OAS: Office Automation System)
ลักษณะของระบบสารสนเทศ
1. มีความถูกต้องแม่นยำ (accuracy) สารสนเทศที่ดีจะต้องตรงกับความเป็นจริงและเชื่อถือได้ สารสนเทศบางอย่างมีความสำคัญ หากไม่ตรงกับความเป็นจริงแล้ว อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ สารสนเทศที่ถูกต้องแม่นยำจะต้องเกิดจากการป้อนข้อมูลรวมถึงโปรแกรมที่ประมวลผลจะต้องถูกต้อง
2. ทันต่อเวลา (timeliness) สารสนเทศที่ดีต้องทันต่อการใช้งาน หมายถึง ข้อมูลที่ป้อนให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องมีความเป็นปัจจุบันทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตัวอย่างเช่น ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองนักเรียน จะต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัย หากหมายเลขโทรศัพท์ล้าสมัยก็จะไม่สามารถติดต่อกับผู้ปกครองได้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน
3. มีความสมบูรณ์ครอบถ้วน (complete) สารสนเทศที่ดีจะต้องมีความครบถ้วน สารสนเทศที่มีความครบถ้วนเกิดจากการเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน หากเก็บข้อมูลเพียงบางส่วนก็จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสารสนเทศได้เต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่าง เช่น ข้อมูลนักเรียน ก็จะต้องมีการเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับนักเรียนให้ได้มากที่สุด เช่น ชื่อ อายุ ที่อยู่ ชื่อผู้ปกครอง หมายเลขโทรศัพท์ โรคประจำตัว คะแนนที่ได้รับในแต่ละวิชา เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ครูสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ หากไม่มีข้อมูลของหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะไม่สามารถติดต่อกับผู้ปกครองได้เช่นเดียวกัน
4. มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ (relevancy) สารสนเทศจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของผุ้ใช้ กล่าวคือ การเก็บข้อมูลต้องมีการสอบถามการใช้งานของผู้ใช้ว่าต้องการในเรื่องใดบ้าง จึงจะสามารถสรุปสารสนเทศได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น หากต้องการเก็บข้อมูลของนักเรียนก็ต้องถามครูว่าต้องการเก็บข้อมูลใดบ้าง เพื่อให้ครูสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
5. สามารถพิสูจน์ได้ (verifiable) สารสนเทศที่ดีจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของสารสนเทศได้
การใช้งานของระบบสารสนเทศแต่ละประเภท ความสัมพันธ์ของระบบสารสนเทศแต่ละชนิด ความสัมพันธ์ของระบบสารสนเทศแบบต่างๆ ในองค์การ โดยปกติแล้ว TPS จะเป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานให้กับระบบสารสนเทศอื่นๆ ในขณะที่ EIS จะเป็นระบบที่รับข้อมูลจากระบบสารสนเทศในระดับที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ ในระบบสารสนเทศแต่ละประเภทอาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในระบบย่อยๆ กันเอง เช่น ระบบสารสนเทศฝ่ายขายกับระบบสารสนเทศฝ่ายผลิต และระบบสารสนเทศฝ่ายจัดส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างของสินค้าหรือบริการ (Product Differentiation) เช่น การที่ธนาคารไทยพาณิชย์เสนอการทำบัตรนักศึกษาควบกับบัตรเอทีเอ็ม (Automatic Teller Machine, ATM) หรือ การบริษัทโมเดลคอมพิวเตอร์ (Dell Computer) เปิดโอกาสให้ลูกค้าสั่งเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองทางออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถเลือกความสามารถของเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตามต้องการ เป็นต้น โดยที่ MIS จะเน้นการตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง (แนวทาง – ตรรกะที่แน่นอน) และใช้ข้อมูลภายในจากระบบ TPS เป็นหลัก จุดมุ่งหมายเพื่อบริหารจัดการ (Supervise) งานของหน่วยปฏิบัติการ ให้บรรลุเป้าหมาย ตามแผนงานที่กำหนดมาโดยผู้บริหารระดับกลาง ภายใต้งบประมาณ เวลาและข้อจำกัดอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น Production Control, Sales forecasts, financial analysis, และ human resource management เป็นต้น DSS เน้นการตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured decision making) มีการใช้ข้อมูลข่าวสารจากระบบ MIS และข้อมูลจากภายนอกบางส่วนมาช่วยในการปรับปรุง หรือ กำหนดแผนงานที่จะต้องสนองเป้าหมายหลักขององค์กรให้มากที่สุด เช่น ระบบ Data miming เป็นต้น EIS เน้นการตัดสินใจแบบไร้โครงสร้าง (Unstructured decision making) จุดมุ่งหมายของระบบ EIS คือ ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวทาง ความเป็นไปที่เป็นมา และกำลังจะมีแนวโน้มไปทางใด เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบาย เป้าหมาย หลักๆ ขององค์กรให้สามารถธำรงองค์กรไว้ได้ แข่งขันกับคู่แข่งขันได้อย่างดี ตัวอย่างเช่นระบบ วางแผนกลยุทธ์ Strategic planning เป็นต้น จะเป็นมาตรการสิ่งที่ได้จากการตัดสินใจของผู้บริหารชั้นสูงที่ใช้สั่งการไปสู่ผู้บริหารระดับกลาง เพื่อปรับแผนงานและกระทบถึงผู้บริหารระดับต้น เพื่อปฏิบัติตามแผนงาน ใหม่ต่อไป และระบบ TPS จะสนับสนุนการทำงานของ MIS DSS EIS ES และ OAS ดังต่อไปนี้ 1.การจัดกลุ่มของข้อมูล (Classification) คือ การจัดกลุ่มข้อมูลลักษณะเหมือนกันไว้ด้วยกัน 2. การคิดคำนวณ (Calculation) การคิดคำนวณโดยใช้วิธีการคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ เช่น การคำนวณภาษีขายทั้งหมดที่ต้องจ่ายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 3. การเรียงลำดับข้อมูล (Sorting) การจัดเรียงข้อมูลเพื่อทำให้การประมวลผลง่ายขึ้น เช่น การจัดเรียง invoices ตามรหัสไปรษณีย์เพื่อให้การจัดส่งเร็วยิ่งขึ้น 4. การสรุปข้อมูล (Summarizing) เป็นการลดขนาดของข้อมูลให้เล็กหรือกะทัดรัดขึ้น เช่น การคำนวณเกรดเฉลี่ยของนักศึกษาแต่ละคน 5. การเก็บ (Storage) การบันทึกเหตุการณ์ที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้ โดยเฉพาะข้อมูลบางประเภทที่จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ตามกฎหมาย ที่จริงแล้ว TPS เกี่ยวข้องกับงานทุกระดับในองค์การ แต่งานส่วนใหญ่ของ TPS จะเกิดขึ้นในระดับปฏิบัติการมากกว่า แม้ว่า TPS จะจำเป็นในการปฏิบัติงานในองค์การแต่ระบบ TPS ก็ไม่เพียงพอในการสนับสนุนในการตัดสินใจของผู้บริหาร ดังนั้นองค์การจึงจำเป็นต้องมีระบบอื่นสำหรับช่วยผู้บริหาร
ยกตัวอย่างกระบวนการทำงานของระบบสาระสนเทศที่นักเรียนเคยปฎิบัติในชีวิตประจำวัน☻
1.ใช้ในสื่อสารพูดคุยกับเพื่อนผ่านอิืนเตอร์เน็ต เช่น facebook line 2.ใช้ค้นคว้าหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต 3.ใช้ในการเตินเงินออนไลน์

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ


ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System)

        ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
        ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 โดยมีหลายบริษัทเริ่มที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อที่จะช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน หรือกึ่งโครงสร้างโดยข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งระบบสารสนเทศเดิมที่ใช้ในลักษณะระบบการประมวลผลรายการ (Transaction processing system) ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนั้นยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงงาน ต้นทุนที่ต่ำลงและยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์การสร้างตัวแบบ (Model) เพื่ออธิบายปัญหาและตัดสินใจปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 ความพยายามในการใช้ระบบนี้เพื่อช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจได้แพร่ออกไป ยังกลุ่มและองค์การต่างๆ

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร
DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของ DSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น


http://www.sirikitdam.egat.com/WEB_MIS/107/


Decision support systems (Decision Support System).
        Decision support systems (Decision Support System) is one of subsystems in information systems management. The decision support system to help managers in making decisions in business activity , event or unstructured course . Or semi-structured Decision support systems may be used with a single individual or to a group decision support but also the support system to help executive management in strategic decisions .
        Decision Support System Began in the 1970s, many companies have begun to develop an information system to help the management in decision making problems with no structure. Or semi- structured data is changed forever . This system was used in the transaction processing system (Transaction processing system) is not possible . It also aims to reduce the workforce. Lower cost and also helps in the modeling analysis (Model) to describe the problem and decide the issue until 1980, an attempt to use the system to assist in supporting the decision has spread . To groups and organizations

What is a Decision Support System
DSS is a software that helps in making decisions about the deal . Crawl Analysis And modeling the complex. Moreover, under the same software DSS also coordinate the work between people and technology software. Actions by interacting To solve unstructured And under the control of the user from start to finish or can be said that DSS is a system interact with each other using a computer. Easy and convenient to find answers to problems that have no structure. So the decision support system It consists of a set of tools to model (Model) , and other resources . Users or analysts used to evaluate and solve problems. Therefore, the principle of DSS , thus providing the tools necessary for executives . In the analysis of data with complex patterns . But a practical approach to flexible DSS is designed to enhance work efficiency . Not only meet the current needs of information only.